งานประชุมวิชาการ
สานสัมพันธ์
วัฒนธรรมอาเซียน

ลักษณะสำคัญของโลกยุคโลกาภิวัตน์คือพรมแดนของความเป็นรัฐชาติหมดความหมายมากขึ้นเนื่องจากลักษณะของการจัดระเบียบเป็นรัฐชาติหรือประเทศใครประเทศมันไม่เอื้อต่อการพัฒนาที่โลกสูญเสียความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไปอย่างมากจากการพัฒนาที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบแบบแผนของพรมแดนเสียใหม่เพื่อให้การก้าวหน้าของโลกในทิศที่เน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถเป็นจริงได้ต่อไป ในขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารและการคมนาคมก็สามารถย่นระยะเวลาและสถานที่ในการติดต่อสื่อสารกัน ทำให้เอื้อต่อการจัดพรมแดนแบบใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจริงเป็นจังได้

พรมแดนอย่างใหม่ที่เกิดขึ้นและจะเป็นพลังให้ประเทศต่างๆในโลกนี้จัดความสัมพันธ์กันภายใต้ระเบียบโลกใหม่ คือพรมแดนของประชาคม โลกปัจจุบันจึงเกิดประชาคมต่างๆขึ้นมากมาย โดยประชาคมหนึ่งจะมีความหมายทั้งในแง่การสร้างศักยภาพของการพัฒนาภายในประชาคม และการต่อรองกับประชาคมอื่นๆ


“ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community) เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวนี้ แม้ประชาคมอาเซียนจะเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ความหมายของการเป็นพรมแดนอย่างใหม่ดังที่กล่าวข้างต้นเพิ่งเกิดขึ้นอย่างชัดเขนในช่วงที่มีการประกาศ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งประเทศต่างๆในกลุ่มประเทศอาเซียนมีเจตนาร่วมกันที่จะก้าวไปข้างหน้าในลักษณะที่ทุกประเทศจะรวมกันเป็น “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งชุมชน” (One vision, One identity, One community) ดังนั้นประเทศต่างๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งในแง่ของการสร้างความเข้มแข็งของตนเองไปในทิศทางดังกล่าว และการร่วมกับประเทศต่างๆในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นในประชาคมอย่างแท้จริง

ปราชญ์ไทยภาคใต้

นายเสน่ห์ วงษ์กำแหง ชื่นชอบการอ่านวรรณกรรมและบทกวี จึงได้รวมกลุ่มกับนักเขียนในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้ชื่อ “กลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสนใจเรื่องวรรณกรรมเหมือนกัน และพัฒนาผลักดันนักเขียนในกลุ่มให้สร้างสรรค์งานด้านวรรณกรรม มีการรวบรวมผลงานในเหตุการณ์สำคัญ อย่างการเกิดคลื่นสึนามิ ซึ่งเป็นการบันทึกเรื่องราวจากนักเขียนที่ถ่ายทอดความเจ็บปวดผ่านตัวอักษร>>>

prachthai05

นายเสน่ห์ วงษ์กำแหง

นายกิตติทัต ศรวงศ์ หรือช่างเล็ก มีความสนใจงานด้านศิลปะหนังตะลุง และการทำตัวหนัง ตั้งแต่วัยเยาว์เริ่มจากการสังเกต การเล่นหนังตะลุงทั้งหน้าโรง และหลังโรง สังเกตลักษณะของตัวหนังตะลุงแต่ละคณะว่ามีเอกลักษณ์มีความแตกต่างกันอย่างไร และนำมาพัฒนาฝึกการแกะตัวหนังตะลุงในรูปแบบของตัวเอง มีผลงานการออกแบบรูปหนังตะลุง งานศิลปะการแกะหนังหลากหลายรูปแบบไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ ชิ้นงาน>>>

นายกิตติทัต ศรวงศ์

นายบุญเอิบ วรรณคง หรือ หนังเอิบน้อย ยอดขุนพล มีความสนใจการแสดงหนังตะลุงตั้งแต่ วัยเยาว์เนื่องจากบิดา คือ นายเคล้า วรรณคง (หนังเคล้าใหญ่) หนังเอิบน้อย จึงได้เรียนรู้และฝึกหัดการเล่นหนังตะลุงจากบิดา และหนังทวีศิลป์ บางตะพง จนได้จัดตั้งคณะหนังตะลุงเป็นของตัวเอง เริ่มออกทำการแสดงหนังตะลุงในทุกจังหวัดของภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียง จนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ >>>

นายบุญเอิบ วรรณคง

Facebook Comments